Samsung Galaxy A51 มือถือสเปคดีที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง

ไม่ต้องคาดเดาถึงคุณภาพและความนิยม รวมไปถึงผลการตอบรับที่ล้นหลามของแฟนๆ ซัมซุงที่มีต่อ Samsung Galaxy A51 มือถือจากค่ายซัมซุงที่ยืนหนึ่งบนอันดับขายดีที่สุดในไตรมาสแรกของปี 2020 นี้ ตอกย้ำความดีงาม ความคุ้มค่า สเปคเครื่อง และอรรถประโยชน์ต่าง ๆ ที่ซัมซุงจัดเต็มมาให้ในมือถือรุ่นนี้

เปิดสเปค Samsung Galaxy A51 เหตุใดจึงติดโผมือถือยอดนิยมประจำปี 2020

เริ่มที่ดีไซน์ที่มีลูกเล่นไล่เฉดสีสุดสดใสของ Samsung Galaxy A51 ที่มีให้เลือกถึง 4 สีด้วยกัน นั่นก็คือ Prism Crush Black, Prism Crush White, Prism Crush Pink, Prism Crush Blue ตัวเครื่องดูเรียบหรูด้วยหน้าจอ Super AMOLED Infinity-O ที่มาแบบเกือบชิดขอบ ขนาด 6.5 นิ้ว ขนาดตัวเครื่อง 158.5 x 73.6 x 7.9 mm แต่น้ำหนักกลับเบา เพียง 172 กรัมเท่านั้น เป็นมือถือที่สะดวกในการพกพาอีกเครื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ หน้าจอจัดเต็มความละเอียดคมชัดถึง FHD+ 1080 x 2400 pixels, Super AMOLED มาพร้อมระบบปฏิบัติการ ONE UI 2 บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android 10 พร้อมชิปประมวลผลของซัมซุงคุณภาพดีอย่าง Samsung Exynos 9611 (10nm) Octa-core ที่ให้ความเร็วในการประมวลผลถึง 4×2.3 GHz Cortex-A73 & 4×1.7 GHz Cortex-A53 ความจุที่ให้มาพร้อมกับตัวเครื่องก็สูงถึง 128GB แต่ถ้ายังไม่เพียงพอต่อการใช้งานสามารถเพิ่มได้อีกด้วย microSD สูงสุด 512 GB รวมแล้วรองรับความจุได้ถึง 640GB ทำให้มีพื้นที่เก็บข้อมูลเป็นจำนวนมาก ไม่ต้องนั่งเสียดายรูปภาพที่ต้องลบทิ้งเพราะเมมไม่พอ RAM สูงสุด 8GB กล้องหลังจัดเต็มให้มากถึง 4 ตัว ความละเอียดที่ 48 MP + 12 MP + 12 MP + 5 MP พร้อมเลนส์ Ultra-wide กว้างถึง 123 องศา พร้อมระบบตรวจจับระยะความละเอียดที่ 5MP กล้องหน้าก็ละเอียดไม่แพ้กันถึง 32 MP เอาใจสาวๆ สายเซลฟี่ให้ภาพออกมาดูสวยคมชัดไม่แพ้กล้องหลังเลยทีเดียว แบตเตอรี่ Non-removable, Li-Po 4,000 mAh 15W Fast Charging

Samsung Galaxy A51 มือถือรุ่นใหม่สเปคจัดเต็มที่มาด้วยราคาต่ำกว่าหลักหมื่น

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ Samsung Galaxy A51 ขายดิบขายดีจนเป็นที่หนึ่งในไตรมาสแรกของปี 2020 นี้ก็คือปัจจัยทางด้านราคา ด้วยความเป้นที่นิยมของซัมซุงบวกกับสเปคที่ให้มาแบบไม่กั๊ก แต่กลับขายในราคาเพียง 8,240 บาทเท่านั้น มันจึงเป็นมือถือที่คุ้มค่าต่อการจ่ายเงินเพื่อซื้อมาใช้งานมากที่สุดนั่นเอง ดังนั้นหากใครที่กำลังต้องการมือถือดีๆ สักเครื่องในราคาไม่ถึงหลักหมื่นแล้วล่ะก็ ขอแนะ Samsung Galaxy A51 ไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการพิจารณา รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง

จีนยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หวั่นการ ระบาดโควิด 19 ซ้ำ

อย่างที่ทราบกันมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ไวรัสโควิด 19 นั้น เริ่มต้นเกิดจากการระบาดในประเทศจีน ก่อนจะกระจายไปสู่ประเทศอื่นทั่วโลก โดยต้นกำเนิด ไวรัสเกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มาจากงูเห่าจีน และงูสามเหลี่ยมจีน ที่ถูกจับมาฆ่า และวางขายในตลาดสด ซึ่งพบผู้ติดเชื้อกลุ่มแรกนั้น อยู่ในตลาดนั่นเอง จากการสันนิษฐานโดยทีมผู้วิจัย คาดว่า งูเห่าอาจเป็นตัวกลางที่นำเชื้อไวรัสมาแพร่กระจาย จากสัตว์สู่คน โดยงูพิษดังกล่าวที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ได้ล่าค้างคาวมาเป็นอาหาร ทำให้ได้รับเชื้อจากค้างคาว และเมื่องูถูกจับมาเป็นอาหาร จึงกระจายสู่คนได้นั่นเอง

สำหรับประเทศจีนนั้น ปัจจุบันมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่อันดับ 23 ของโลก โดยผู้ติดเชื้อสะสมมีจำนวน 84,950 คน เสียชีวิตแล้วจำนวน 4,641 คน และสามารถรักษาหายแล้ว 79,802 คน อ้างอิงได้จากโพลสำรวจเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 เวลา 17.50 น. ทั้งนี้ประเทศจีนนั้น ยังคงเฝ้าระวังการระบาดซ้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะทางทีมวิจัยได้ระบุว่า ผู้ที่รักษาหายแล้ว อาจมีสิทธิ์สามารถกลับเป็นโรคซ้ำได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการวิจัยถึงสาเหตุการกลับมาเป็นซ้ำได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด อีกทั้ง การระบาดครั้งใหม่ในประเทศจีน เกิดที่กรุงปักกิ่ง ละแวกตลาดค้าส่งซินฟาตี้ เขตเฟิงไท่ ซึ่งพบผู้ติดเชื้อเพิ่มในวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา มากถึง 31 คน ส่งผลให้เฉพาะในเขตกรุงปักกิ่ง มีผู้ติดเชื้อเป็น 137 คน โดยสื่อท้องถิ่นรายงาน โดยสันนิษฐานว่า อาจเกิดจาก เขียงปลาแซลมอน ที่นำเข้า ก่อนหน้านี้ กรุงปักกิ่งไม่พบผู้ติดเชื้อสะสมนานถึง 57 วันแล้ว ทำให้เชื่อว่า การระบาดไวรัสโควิด 19 นี้น่าจะเริ่มต้นขึ้นที่กรุงปักกิ่งนั่นเอง

แม้ว่าจะหวาดหวั่นใน การระบาดของไวรัสโควิด 19 แต่ประเทศจีนยังสามารถตั้งรับกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี โดยส่งผลให้เที่ยวบินเข้าออกกรุงปักกิ่งถูกยกเลิกไปแล้วกว่า 1,255 เที่ยวบิน การเดินทางรถไฟถูกลดบริการลง รวมไปถึงการเรียนการสอนในกรุงปักกิ่งถูกระงับทั้งหมด แล้วให้เรียนผ่านทางช่องออนไลน์แทน ผู้คนในเมืองยังจะไม่ได้รับการอนุญาตให้ออกนอกเมือง ทั้งหมดนี้จะมีผลจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2563  อย่างไรก็ตามบรรดาบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ธุรกิจ และถนนหนทาง ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

อย่างไรก็ตามแม้ว่าประเทศจีน จะเป็นประเทศที่เป็นจุดเริ่มต้นของ การเกิดเชื้อไวรัสโควิด 19 แต่ประเทศจีนก็สามารถตั้งรับกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เพราะจีนนั้นได้ผ่านในจุดสูงสุดที่มีผู้ติดเชื้อถึง 80,000 คนในวันเดียวมาแล้ว ดังนั้นแม้จะมีการระบาดซ้ำในครั้งที่สอง ประเทศจีนก็จะสามารถฝ่าฟันปัญหาวิกฤตดังกล่าวไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน

ช่อง 8 ถอดรายการ “ช่องส่องผี” เพราะส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อสังคม

จากข่าวดราม่าในการลบหลู่ “ย่าโม” ศูนย์รวมใจและความศรัทธาของชาวโคราชและคนไทยทั่วประเทศ ของ “เรนนี่” (นางสาวสุระประภา คำขจร ) หรือที่แฟนคลับของรายการ “ช่องส่องผี” เรียกว่า “อาจารย์เรนนี่” หนึ่งในสามพิธีกรของรายการ “ช่องส่องผี” ที่ออกอากาศทางช่อง 8 ทุกวันศุกร์เวลา 20.20 น.ที่ผ่านมา ได้ถูก วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากว่า ลบหลู่ดูหมิ่น”ย่าโม” วีรสตรีไทย และบิดเบือนประวัติศาสตร์ในเทปที่ออกอากาศในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึงภายหลังได้ถูกเปิดเผยว่า การไปบันทึกเทปที่ “วัดศาลาลอย” ของรายการไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าของสถานที่ โดยก่อนหน้านั้น “เรนนี่” ได้ถูกวิพากษ์ วิจารณ์ ในความไม่เหมาะสมมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง โดยการที่ตนได้อ้างว่าสามารถติดต่อกับ ดวงวิญญาณในสถานที่ประวัติศาสตร์ ต่าง ๆได้ ไม่ว่าจะเสียชีวิตไปนานสักแค่ไหนก็ตาม ทั้งกรณีฮือฮาที่บอกว่าหมาที่วิ่งอยู่ในสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งเป็น ”เจ้าพระยา” กลับชาติมาเกิดและมาเฝ้าสถานที่แห่งนั้น เพื่อไม่ให้ใครเข้าไป รวมทั้งอ้างถึงการได้พบและติดต่อกับบูรพมหากษัตริย์หลายๆพระองค์ในการ ทำพิธีปลุกเสกของขลัง ที่ตนทำพิธีขึ้น ต่อหน้าผู้ที่ไปเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก โดยอ้างถึง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าได้มาร่วมในพิธีดังกล่าว ซึ่งการกล่าวอ้างหลายต่อหลายครั้งของ “เรนนี่” นอกจากจะมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์ที่มีมาช้านาน ยังเป็นการมอมเมาประชาชนทางความคิดความเชื่อ ที่ขัดต่อคำสอนของพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นการมิบังควรที่จะอุตริกล่าวอ้างถึงบูรพมหากษัตริย์ที่สูงส่งอีกด้วย เพราะตัว”เรนนี่” เองยังถูกเหล่าคณะพระสงฆ์ออกมาตำหนิเมื่อครั้งสวดชุมนุมเทวดา ว่าเป็นคำสวดที่ไม่ถูกต้อง และทำนองสวดก็ผิดเพี้ยนจากความถูกต้อง

ด้วยจริตของ “เรนนี่” ที่อวดอ้างในสิ่งที่มิบังควรต่างๆ ทำให้สังคมได้รับความกระทบเทือนทางจิตใจในทางที่ไม่ดี และเป็นการเหยียบย่ำจิตใจของบุคคลที่มีความรักความศรัทธาต่อบุคคลในประวัติศาสตร์ และเป็นการย่ำยีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่มีมาช้านาน สถานีต้นสังกัดที่ออกอากาศรายการ “ช่องส่องผี” จึงได้มีการพิจารณาอย่างรอบครอบร่วมกับผู้ผลิตรายการช่องส่องผี โดยยึดหลักการตามแนวทางของ กสทช. ทางช่อง 8 จึงเห็นควรระงับการออกอากาศรายการดังกล่าวตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 10 ก.ค.63 เป็นต้นไป และจะมีการปรับผังรายการใหม่ โดยนำรายการ “อึ้ง ทึ่ง เสียว” มาออกอากาศแทนในทุกคืนวันศุกร์เวลา 20.20 น. แทน

“เรนนี่” แจ้งเกิดบนความเชื่อของผู้ที่ศรัทธาในตัวเธอด้วยการเปิดตัวที่บอกใครต่อใครว่า เธอเป็นบุคคลที่เคยตายจากอุบัติเหตุมาแล้ว โดยประสบอุบัติเหตุคอหัก แล้วเกิดใหม่ในห้องดับจิต แต่ก็ไม่มีหลักฐานใดๆที่สามารถยืนยันได้ว่า สิ่งที่เธอพูดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่? เธออ้างว่าหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาจากความตาย เธอก็สามารถสื่อสารกับดวงวิญญาณทุกดวงได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคนรู้จักกับ “เรนนี่”

เรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ให้บทเรียนอะไรกับสังคม คงเป็นเรื่องที่คนในสังคมต้องตอบด้วยตนเอง เพราะ ความเชื่อและความศรัทธาส่วนบุคคล เป็นหนึ่งสิ่งในโลกที่ไม่สามารถแตะต้องได้